Saturday, December 31, 2005

เมื่ออนาคตไล่ล่าคุณ

ไม่เกี่ยวกับหนังสือเล่มนั้นหรอก

แต่เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันช่วงนี้
เฝ้าคิดถามตัวเองเกี่ยวกับอนาคตอยู่บ่อยๆว่าจะต้องดำเนินชีวิตแบบปัจจุบันไปอีกนานแค่ไหน นอกจากการดำเนินชีวิตแล้ว ยังรวมไปถึงวิธีการคิดอื่นๆ ของตัวเองอีก ซึ่งคงยากที่จะเปลี่ยนแปลง

เวลากำลังจะผ่านไปอีกปีแล้ว ยังไม่ได้ทำอะไรตั้งหลายอย่าง แล้วถามว่า อยากทำมั้ยไอ้อะไรอีกหลายอย่างที่คิดอยู่น่ะ

ไม่เลย

หมดความอยากแล้ว

หมดความอยากในทุกสิ่งโดยสิ้นเชิง

ไม่อยากไปเที่ยวรอบโลก ไม่อยากบวช ไม่อยากมีแฟน ไม่อยากวางแผน ไม่อยากหัดขับรถ ไม่อยากออกกำลังกาย ไม่อยากลดความอ้วน ไม่อยากเจอเพื่อน ไม่อยากกินเหล้า ไม่อยากนอน ไม่อยากตื่น ไม่อยากฝัน...

เกิดอะไรขึ้นกับเราหนอ

Thursday, December 08, 2005

Greenthinkers | Environment-Friendly Blog

พักนี้มันเป็นอะไรของมันนะ
เวลาสั่งบล้อกอันนี้ทีไร พอโพสต์ปุ้ป เป็นอ่านไม่ออกทุกที

จะบอกว่าเป็นเว็บเกี่ยวกับเรื่องการมีชีวิตแบบไม่เบียดเบียนธรรมชาติน่ะ
อยากอ่านนะ แต่ขี้เกียจจัง

ไอเดียที่ดีอย่างหนึ่งของเว็บนี้คือ กระเป๋าสะพาย เป้ ที่เป็นแผงโซล่าเซลล์ติดที่กระเป๋าด้วย ทำให้สามารถชาร์ทไฟได้เมื่อเดินตากแดด พระเจ้าจอร์จ มันยอดมาก

Thursday, December 01, 2005

The Bicycle Diaries - Is it possible to live in America without a car? Uh, sort of. By Bill?Gifford

เป็นไปได้มั้ยที่จะมีชีวิตอยู่ในอเมริกา (หรือที่ไหนในโลก) ได้โดยไม่ใช้รถยนต์

Saturday, November 26, 2005

โธ่ ก็เธอดีเกินไป

บทความเพื่อสรรเสริญ เธอ...ผู้ดีเกินไป

Thursday, November 24, 2005

ยังก้ะเรื่องจริง

อ่านซะก่อนที่จะสายเกินไปกับคุณ-:- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - ทุกวัน...ฉันต้องตื่นเช้า เข้างานแปดโมง วันนี้..ก็เหมือนเคย แต่เมื่อคืนฉันทำงานจนดึก ตื่นสาย.. อารมณ์ตอนนั้น..โมโหตัวเองมาก ที่ลืมตั้งนาฟิกาปลุก ( โดนเจ้านายด่าแน่ๆ ) แม่มาเคาะประตูห้อง ..." ตื่นหรือยังลูก หกโมงแล้ว " ฉันหงุดหงิดมาก .........." โธ่!!..." " แล้วทำไมแม่ไม่ปลุกหนูให้เร็วกว่านี้!!...ล่ะ " " เนี่ย..ดูซิ..หนูไปทำงานไม่ทันแล้ว!!.." " วันนี้..มีประชุมด้วย..โอ้ยยย!!..เซ็ง.." " แม่ทำข้าวต้มให้หนูอยู่ เมื่อคืนเห็นนอนดึก " " อยากให้กินอะไรร้อนๆ หน่อย..ก่อนไปทำงานนะลูก." "........ แม่ไม่ต้องมาพูดเลย.." " ไม่กง..ไม่กินมันแล้ว " ........ แม่จับแขนฉันเบาๆ...ก่อนเดินออกจากห้องไป พอฉันอาบน้ำ แต่งตัวเสร็จก็ ลงมาข้างล่าง แม่นั่งรออยู่ที่โต๊ะกินข้าว " " กินข้าวต้มกับแม่ก่อนนะลูกนะ แม่รอหนูอยู่ " " หนู.....ไม่กิน!!" พูดเสียงห้วนๆ...โดยที่ ไม่มองหน้าแม่ แล้วเดินออกมาจากบ้านทันที. -:- -:- -:- -:- -:- -:- -:- -:- -:- -:- -:- -:- -:- -:- .... ถึงที่ทำงาน..... " ไม่รู้หรืองัย!!...ว่าวันนี้มีประชุม!! " " แล้วรายงานอยู่ไหน!!" ยกมือไหว้ .. " ขอโทษค่ะพี่ "...- - ' รีบส่งรายงานให้อย่างอ่อนน้อมถ่อมตน "เออนิ..พี่เลื่อนประชุมไปเป็น 10 โมงนะ.." " แล้วช่วยช่วยไปหาอะไรให้พี่กินหน่อยสิ " " .. ได้ค่ะพี่ ....." วิ่งเข้าห้องครัว หยิบโจ๊กกึ่งสำเร็จรูป รีบ .รีบ รีบๆ...เติมน้ำร้อน ..ว๊า!!..น้ำร้อนลวกมือ "... มาแล้วค่ะพี่ โจ๊กร้อนๆ เลยค่ะ...." ออกจากห้องประชุมเกือบเที่ยง แม่โทรมาจากบ้าน " เมื่อเช้า....หนูวางผ้าเช็ดหน้าไว้ตรงไหนลูก " " แม่หาในตะกร้าไม่เจอ จะเอาไปซักน่ะ " ".... หาไม่เจอก็ไม่ต้องซักหรอก " " หนู....จำไม่ได้ คงโยนไว้ที่ไหนน่ะแหละ " "เมื่อเช้าหนูรีบ ....... " " ไม่เป็นไรลูก แล้วเย็นนี้..กลับกี่โมง..มากินข้าวกับแม่นะ " " .....ยังไม่รู้หรอกแม่ ว่างานเสร็จเมื่อไหร่ " " ยังงัย.....แม่กินไปก่อนเลยแล้วกัน ไม่ต้องรอ ....." วางหูโทรศัพท์.. แล้วก็...ก้มหน้า ก้มตาทำงาน เอาใจเจ้านาย ..... " เอ!!.. พี่วางบัญชีรายชื่อลูกค้าทิ้งไว้แถวนี้มั่งรึเปล่า.." "ไม่รู้ไปลืมไว้ที่ไหน....หาไม่เจอ" "... ไม่เป็นไรค่ะพี่ เดี๋ยวหนูช่วยหา" " พี่ลงไปทานข้าวเถอะค่ะเที่ยงกว่าแล้วนะคะ " .. หา หา หา... หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ โธ่..พี่ขา ก็พี่มาทำหล่นไว้ใต้เก้าอี้ในห้องประชุมนี่นา... โอย !!.... เที่ยงครึ่งแล้ว ลงไปกินข้าวไม่ทันแน่ๆ ไม่เป็นไร..บะหมี่ซักห่อพออิ่มก็แล้วกัน "....พี่คะ เจอแล้วนะคะ" " พี่ทำหล่นไว้ที่ห้องประชุมค่ะ" " อ้าว..เหรอ " ...รับเอกสารคืน ไม่มีแม้แต่ขอบใจสักคำ แต่ฉันกลับปลื้ม ที่ทำให้เจ้านายพอใจได้ ใกล้เลิกงานแล้ว.. รีบกลับบ้านไปนอนดีกว่า " เออนิ... ช่วยแก้งานตรงนี้ให้พี่หน่อยนะ" "เสร็จแล้ววางไว้บนโต๊ะพี่เลย.." " พี่กลับก่อนละ.." " ว่าแต่ว่า เราน่ะมีธุระอะไรรึเปล่า" " คงต้องกลับช้านิดนึงนะวันนี้" ... ยิ้มรับ... " ไม่มีธุระอะไรค่ะพี่"... - -' " เดี๋ยวหนูพิมพ์ให้เลยค่ะ" โทรหาเจ้านายตอนเกือบทุ่ม ".. พี่ขา..หนูแก้ไข และตรวจทานเรียบร้อยแล้วค่ะ" " หนูวางไว้บนโต๊ะนะคะ.... " - -" -:- -:- -:- -:- -:- -:- -:- -:- -:- -:- -:- -:- -:- -:- -:- -:- ...........................................กลับถึงบ้าน..... " กลับดึกจังลูก... จะอาบน้ำก่อน หรือ กินข้าวก่อนล่ะ ?? " ....เงียบไม่มีเสียงตอบ... ไม่มีรอยยิ้ม.. " มา.. มา แม่ช่วย " แม่รวบของจากมือฉันไปวางบนโต๊ะ "..หนูเหนื่อยมากเลยแม่ " " หนูอยากนอน " ..กำลังจะเดินขึ้นห้อง .. ...มือถือดังขึ้น... " ฮัลโหล..สวัสดีค่ะ.เจ้านายเหรอคะ..มีอะไรรึเปล่าคะ" " อ๋อๆ !! ไม่ยุ่งค่ะ เดี๋ยวหนูรีบจัดการให้เลยค่ะ" กุลี กุจอ...เปิดคอมพิวเตอร์ .. " เจ้านายคะ.. เรียบร้อยแล้วค่ะ.." " อ้าวแม่.หายไปไหน ในครัวไม่มี ห้องนอนไม่มี " ..แม่นั่งอยู่หลังบ้านเหงาๆ.คนเดียว และก็ร้องไห้.. แม่แอบร้องไห้ .. เพราะฉันสินะ ฉันทำให้แม่ต้องร้องไห้ แม่..ดูแลฉันมาทั้งชีวิต เป็นห่วงฉัน รักฉันมากกว่าใครๆ แต่..ฉันตอบแทนได้สาสม..เหลือเกิน ฉันเริ่มทบทวน.. เจ้านายคนที่ให้เงินเดือนฉัน ..................กับ................... แม่ผู้ที่ให้ความเป็นคนแก่ฉัน.. เพื่อประจบสอพลอเจ้านาย ฉันทำร้ายผู้ให้กำเนิดได้เพียงนี้เชียว!..หรือ " แม่!!..หนูขอโทษ "... -:- -:- -:- -:- -:- -:- -:- -:- -:- -:- -:- -:- -:- -:- ใคร??.... เคยเป็นแบบนี้บ้าง ........... แม่มีเพียงคนเดียว...นะครับ. ^^ คนเดียวจริงๆ.. ทำดีกับท่านไว้เถอะครับ... สิ่งที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด...มักเป็นสิ่งที่เราคิดว่ามันไม่ค่อยสำคัญเท่าไหร่ เพราะสิ่งที่เราเห็นอยู่ทุกๆ วัน เราเลยคิดอยู่ว่าเราก็ต้องเห็นอยู่แบบนั้นต่อไป ไม่เคยคิดเลยว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ ไม่เคยเห็นแม้แต่ค่า .และจะมีสักกี่คนที่เห็นว่าเป็นสิ่งสำคัญ เหมือนกับการที่เราเห็นหน้าใครอยู่ทุกวัน คน ๆ นั้นค่อยวิ่งตามเราอยู่..และวิ่งตามเรามาตลอด ใส่ใจเราอยู่ทุกๆ วัน ทุ่มเท และทำดีกับเรา เราก็มักจะเห็นแค่ว่า..ใครคนหนึ่ง กำลังทำอะไรที่ดู งี่เง่า..น่ารำคาญ จนวันหนึ่งถ้าเราสูญเสียคนๆนั้นไป แล้วเพิ่งจะมานึกเสียใจเอาตอนหลัง ต้องการเรียกร้องให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม มันจะไม่สายไปหน่อยหรอ ?..ที่จะทำแบบนั้น หรือบางทีเราก็อาจจะรู้สึกว่าดีใจ ที่ได้มีชีวิตที่ปราศจาก..ความน่าเบื่อ...ความรำคาญ แต่จะมีใครที่เคยรู้สึก และรับรู้ถึงความรู้สึกอันนั้น และจะมีสักกี่คนที่เข้าใจความรู้สึกของคนที่เป็นผู้ให้ ให้เราทุกสิ่งทุกอย่าง ให้เรามาตลอดชีวิตของเค้า บางทีสิ่งที่เขาทำอยู่นั้น.เค้าอาจไม่ได้ตั้งใจจะให้คุณรำคาญ แต่เขาทำไปเพราะเขารักคุณจริงๆ เหมือนความรักของพ่อ และแม่ เหมือนความรักของญาติผู้ใหญ่ของคุณ เหมือนความรักของใครอีกหลายคนที่ให้คุณด้วยความจริงใจ คุณเคยคิดว่าสิ่งเหล่านี้สำคัญบ้างไหม คุณเคยคิดว่าคุณดูแลพวกเขาดีพอหรือยัง และเมื่อไหร่คุณถึงจะดูแลพวกเขาได้ดีพอ เมื่อไหร่ ?.. คุณให้ความสำคัญกับคน - ถูกคน - ถูกเวลา หรือป่าว ? คุณให้ความสำคัญกับคนที่ให้วัตถุแก่คุณ.. มากกว่าคนที่ให้ความรัก และความรู้สึกที่ดีกับคุณ ให้ความเป็นคนกับคุณ และ ให้ความเป็นตัวตนที่แท้จริงของคุณ มั่งหรือป่าว สิ่งที่สำคัญมักมองไม่เห็นได้ด้วยตา... แต่มันต้องมองด้วยหัวใจ.... แต่เรามักไม่มีเวลาพอที่จะใช้หัวใจมอง เรามองอะไรแค่ฉาบฉวยแล้วก็ตัดสิน เรามองดูความรวยความจนของคน เพียงแค่ที่สิ่งของที่เขาใช้ เรามองความดีของคน ตรงที่เขาแสดงให้เราเห็น เรามองอะไรหลายสิ่ง หลายอย่างด้วยตา แล้วเราก็ตัดสินคนเพียงแค่เวลา..ไม่เกิน 5 นาที เราต้องสูญเสียมิตรที่ดีไปเพียงเพราะเราอ้างว่า.."ไม่มีเวลา" เราไม่มีเวลา...ก็ต่อเมื่อเราไม่สนใจ เราไม่ให้ความสำคัญต่อสิ่งๆ นั้น ต่อคนๆนั้น..ต่างหาก แต่ถ้าลองมองย้อนดู...ทำไม ? เราถึงมีเวลาทำอะไรมากมายหลาย อย่างในแต่ละวัน เพราะเราให้ความสนใจ ให้ความสำคัญกับมันต่างหาก ทำไมคุณไม่ลองให้ความสำคัญกับสิ่งที่คุณลืมไป กับคนที่หวังดีกับคุณแต่คุณไม่เคยมองเห็นมัน อย่าปล่อยให้มิตรภาพ และความทรงจำดีๆ..ต้องมีรอยร้าวเลยครับ เพราะเมื่อวันหนึ่งที่ เค้าจากเราไป เราจะได้จากกันด้วยความรู้สึกที่ดีต่อกัน เราจะได้ไม่รู้สึกผิดเพราะว่า... เรายังทำดีกับเค้าไม่เพียงพอ -:- -:- -:- -:- -:- -:- -:- -:- -:- -:- -:- -:- พ่อแม่ก็แก่เฒ่า -:- พ่อแม่ก็แก่เฒ่า..............จําจากเจ้าไม่อยู่นาน จะพบจะพ้องพาน..........เพียงเสี้ยววารของคืนวัน ใจจริงไม่อยากจาก.........เพราะยังอยากเห็นลูกหลาน แค่ชีพมิทนทาน..............ย่อมร้าวรานสลายไป ขอเถิดถ้าสงสาร.............อย่ากล่าวขานให้ช้ำใจ คนแก่ชะแรวัย.................คิดเผลอไผลเป็นแน่นอน ไม่รักก็ไม่ว่า...................เพียงเมตาช่วยอาทร ให้กินและให้นอน..........คลายทุกข์ผ่อนพอสุขใจ เมื่อยามเจ้าโกรธขึ้ง..........ให้นึกถึงเมื่อเยาว์วัย ร้องไห้ยามป่วยไข้...........ได้ใครเล่าเฝ้าปลอบโยน เฝ้าเลี้ยงจนโตใหญ่...........แม้เหนื่อยกายก็ยอมทน หวังเพียงจะได้ยล............เติบโตจนสง่างาม ขอโทษถ้าทําผิด.............ขอให้คิดทุกทุกยาม ใจแท้มีแต่ความ..............หวังติดตามช่วยอวยชัย ต้นไม้ที่ใกล้ฝั่ง.................มีหรือหวังอยู่นานได้ วันหนึ่งคงล้มไป.............ทิ้งฝั่งไว้ให้วังเวง -:- -:- -:- -:- -:- -:-*** -:- -:- -:- -:- -:-

"Seven Blunders of the World" by Mahatma Gandhi

Blunders = A usually serious mistake typically caused by ignorance or confusion.

1. Wealth without work

2. Pleasure without conscience

3. Knowledge without character

4. Commerce without morality

5. Science without humanity

6. Worship without sacrifice

7. Politics without principle

?Mahatma Gandhi

Wednesday, November 23, 2005

Things My Girlfriend And I Have Argued About

พิมพ์ไปเยอะ แต่สุดท้าย อ่านไม่ออก ไปดูเว็บเฮียแกละกัน มันส์มาก

Sunday, November 13, 2005

SMEs - Manager Online

บทความ เรื่องร้านขายก๋วยเตี๋ยว
เพื่อนบ้านใหม่ที่อร่อย แต่ให้น้อย

Wednesday, November 02, 2005

เพลงประจำจังหวัด

เมืองของเรา ร่มเงาแห่งศาสนา
องค์พระราชาแผ่บุญญาคุ้มภัย
สี่แควประสาน ปิง วัง ยม น่าน ไหล
ลองลงใต้ เลี้ยงเมืองไทยให้อุดม
แลเขียววิไลกว้างไกลและไพศาล
ภูเขาตระการ ทุ่งลำธารสายลม
แหล่งไร่นาสวน เราทั้งมวลชื่นชม
น้องพี่เกลียวกลม โอ้มารดร นครสวรรค์
หนองบัว ไพศาลี ตากฟ้า ตาคลี ท่าตะโก
ชุมแสง ปากน้ำโพ พยุหะ เติบโตทุกวัน
บรรพต ลาดยาว เก้าเลี้ยว คนงามลาวัลย์
โกรกพระ รวมกัน นครสวรรค์ของเรา
เราสามัคคี ภักดีชาติศาสนา
องค์พระราชาแผ่บุญญาคุ้มเงา
เกษตรเกียรติประเทือง
นคร รุ่งเรืองนานเนา
โอ้ ถิ่นของเรานามนั้นขจร นครสวรรค์
โอ้ ถิ่นของเรานามนั้นขจร นครสวรรค์

อืม เพลงประจำจังหวัด จังหวะโจ๊ะพรึมๆ

Monday, October 31, 2005

31/10/2005

เป็นวันธรรมดาอีกวันหนึ่ง

คนเราเริ่มจะรู้สึกว่าวันเกิดของตัวเองเป็นวันธรรมดาเหมือนวันทั่วไปเมื่ออายุเท่าไหร่

นายกทักษิณ มีครม.สัญจรมาที่นครสวรรค์ วันนี้ กับพรุ่งนี้ ถ้าท่านแวะมาแฮปปี้เบิร์ทเดย์เราซักหน่อยคงดี

ตอนเช้าออกจากบ้านที่กรุงเทพไปซื้อหนังสือแล้วก็กลับนครสวรรค์ รอบบ่ายสอง รถไม่ค่อยดี กลับมาถึงตอนเย็น ก็ไปงานศพเหล่าเจ๊กเลย

Friday, October 28, 2005

Inhabitat

เก็บไว้ก่อน เดี๋ยววันหลังมาดู
ไอเดียดี ๆ กับบ้านและสิ่งก่อสร้างแปลกๆ

Friday, October 21, 2005

หลวงพระบางในความทรงจำ

พอดีกำลังล้างเครื่อง ลบของไม่จำเป็นออก พบบทความที่ตัวเองเขียนเรื่องไปหลวงพระบางมา ก็เลยอยากเอามาวางไว้ตรงนี้ เผื่อว่ามีใครอยากทราบข้อมูลนะครับ

ถ้ำติ่ง
มีชื่อเรียก หลายชื่อ เช่นถ้ำติ่ง ถ้ำพระ ถ้ำปากอู
ที่ชื่อถ้ำติ่ง เพราะมีติ่งขนาดใหญ่อยู่ข้างหน้าถ้ำ
ประวัติของถ้ำนี้มีมาแต่สมัยพระเจ้าเชษฐาธิราช ช่วงที่ย้ายจากอาณาจักรล้านนานมาล้านช้าง
เมื่อก่อนไม่ได้มีพระมากอย่างทุกวันนี้ บริเวณถ้ำนี้เป็นที่เคารพสักการะของชาวเรือในแม่น้ำโขง
ระยะห่างจากหลวงพระบาง 25 กิโลเมตร
ในช่วงสงกรานต์ของทุกปีเจ้ามหาชีวิตของลาวจะเดินทางมาสวนผลไม้ส่วนพระองค์และ
แวะนมัสการถ้ำแห่งนี้พร้อมทั้งสรงน้ำและนำพระพุทธรูปมาถวาย พระพุทธรูปจึงเพิ่มมากขึ้นทุกปีจนกระทั่งเกิดการเปลี่ยนการปกครองทำให้ประเพณีนี้ล้มเลิกไป แต่ยังมีประชาชนนำพระของตัวเองมาถวายอยู่ พระที่นี่บางองค์ทำจากทองคำ บางองค์ทำจากไม้ บางองค์ก็ย้ายไปไว้ที่หลวงพระบางแล้ว
ตอนนี้ถ้ำได้รับการบูรณะโดยกระทรวงวัฒนธรรมลาว ประเทศออสเตรเลีย และยูเนสโก
การเดินทางทางเรือเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวทั่วไปคือจะใช้เวลา 3 ชั่วโมง จากหลวงพระบาง มาบ้านซ่างไห่ มาถ้ำปากอู แล้ววนเรือกลับ ช่วงมาเที่ยว ช่วงสงกรานต์จะดีที่สุด เพราะจะได้ชมการสรงน้ำด้วย
ค่าเข้าชม 8000 กีบ ต่อคน
เวลาเปิด 8.00-17.00
รายละเอียดเพิ่มเติม
-ศตวรรษที่แปด ลาวอพยพมาจากประเทศจีน
-ศตวรรษที่สิบหก ราชวงศ์ลาวเริ่มนับถือศาสนาพุทธ
-ศตวรรษที่สิบแปดถึงยี่สิบ ช่วงอายุของพระพุทธรูป
ภายในถ้ำ พระปางที่นิยมนำมาถวายที่สุดคือปางเรียกฝน ปาง calling the earth to witness (ให้โลกเป็นพยาน?)(ขัดสมาธิแบมือลงดิน) สมาธิปกติ ห้ามญาติ (stop arguing) ไสยาสณ์
-ถ้ำล่าง (lower cave) สูง 60 เมตรเหนือระดับน้ำ มีพระพุทธรูปประมาณ 2500 องค์ มีรูปปั้นสิงห์ ฤๅษี และมีน้ำพุศักดิ์สิทธิ์
-ถ้ำบน (upper cave) เดินขึ้นบันไดไป 218 ชั้น จะถึงถ้ำเทิง(ถ้ำบน) เป็นถ้ำเล็กๆ มีประตูไม้กั้นอยู่หน้าถ้ำ ภายในมืดมาก หากไม่ได้เตรียมไฟฉายมา มีชาวบ้านบริการให้เช่า อันละ 1000 กีบ (คุณภาพสมกับราคา) ภายในมีเจดีย์เล็กๆ อยู่องค์หนึ่ง และพระพุทธรูปอีกจำนวนหนึ่ง

ไกด์เล่าต่อถึงเรื่องแม่น้ำโขงคือ เป็นแม่น้ำที่ใหญ่เป็นอันดับสามของเอเชีย (อันดับ 1 แม่น้ำคงคา อันดับ 2 แม่น้ำแยงซีเกียง อันดับ 3 แม่น้ำโขง) ไหลจากทิเบต ผ่านจีน พม่า ไทย ลาว กัมพูชา และออกทะเลที่เวียดนาม บริเวณสามเหลี่ยมทองคำมีความลึกถึง 40 เมตร สามารถรองรับเรือขนาด 250 ตันได้อย่างสบายๆ เมื่อไหลมาทางภาคใต้ของลาวแถวอำเภอศรีเชียงใหม่ อาจรองรับเรือขนาดได้ถึง 500 ตัน
-แม่น้ำโขงนี้มีแม่น้ำจากประเทศลาวไหลเข้ามาบรรจบกันจากทางตะวันออกทั้งสิ้น 11 สาย
-ชื่อของแม่น้ำโขงนี้ คนลาวเรียกแม่น้ำของ เพราะว่า เป็นแหล่งรวมของสิ่งของต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์น้ำสำหรับทำประมง นำพาแร่ธาตุสำหรับทำการเพาะปลูก เป็นเส้นทางคมนาคม เป็นต้น
-พูดถึงเรื่องเกษตรกรรม ในอดีตที่ลาวใช้การทำนาแบบแรงควายร้อยละ 90 และแรงคนร้อยละ 10 แต่ปัจจุบันใช้เครื่องจักร (แทรกเตอร์) ร้อยละ 20
-ลักษณะของการทำเกษตรกรรม ยังอาศัยพึ่งพาธรรมชาติอยู่เป็นส่วนใหญ่ ไม่ต้องใช้ระบบการชลประทาน

บ้านซ่างไห่
-การหมักเหล้า
ขั้นแรก ต้องทำแป้งเหล้าก่อน โดยมีส่วนผสมของ ใบสร่างโม (คล้ายใบมะเขือ) ใบอ้อย หัวแกลบ น้ำมาตำผสมกันแล้วทำเป็นแผ่นตากแดดไว้
ขั้นที่สอง นำข้าวเหนียวหมัก 3-4 วัน แล้วไปนึ่งแล้วเอามาล้างน้ำสะอาดแล้วหมักในไห โดยเอาแป้งเหล้าโรย หมักไว้ประมาณ 3-5 วัน แล้วนำไปกลั่น
ขั้นตอนการกลั่นคือนำน้ำเหล้าจากขั้นที่สองไปต้มให้ไอระเหยขึ้นมา ด้านบนมีอ่างน้ำเย็นทำให้ไอควบแน่นกลายเป็นหยดน้ำไหลออกมาจากภาชนะที่ใช้ต้ม ในการทำแต่ละครั้ง จะได้เหล้าประมาณ 20 ลิตร เมื่อเรียบร้อยจะนำเหล้าที่ได้มาวัดดีกรี
-ราคาขายประมาณ 5000-10000 กีบ (ขึ้นอยู่กับแพ็คเกจ)

ระหว่างทางกลับไกด์เล่าเรื่องประวัติศาสตร์ให้ฟังว่า เมื่อก่อนนี้ชาวลาวนับถือผีก่อนที่จะมีศาสนาพุทธนิกายหินยานแพร่เข้ามาในดินแดนสุวรรณภูมิ โดยพระเจ้าฟ้าเงี้ยว บิดาของเจ้าฟ้างุ่ม และ เจ้าฟ้าคำเฮียง (ไม่แน่ใจ) มีตำนานตอนนี้เล่าว่า เจ้าฟ้างุ่มถูกลอยแพไปตามแม่น้ำโขงเพราะโหรทำนายว่าเจ้าฟ้างุ่มจะนำโชคร้ายมาให้ เจ้าฟ้างุ่มลอยไปจนมีพระปริสมันองค์หนึ่งได้มาพบเข้าจึงเก็บไปเลี้ยงดู เจ้าฟ้างุ่มเมื่อนอนจะกรนเป็นเสียงดนตรี แสดงถึงความเป็นผู้มีบุญญาธิการ พระปริสมันจึงนำไปถวายกับพระเจ้าแผ่นดินของอาณาจักรขอมให้เลี้ยงดู เมื่อเจริญวัยก็ได้อภิเษกกับพระธิดานั่นเอง แล้วจึงเริ่มตีเมืองคืนไล่ขึ้นมาจนถึงเมืองไผ่หนาม(เวียงจันทร์)(ที่ชื่อไผ่หนามเพราะว่า เป็นเมืองที่มีต้นไผ่มีหนามล้อมรอบทำให้ตีได้ยาก) เจ้าฟ้างุ่มจึงคิดอุบายด้วยการยิงธนูทองเข้าไปในพุ่มไผ่นั้น พอชาวบ้านเห็นจึงพากันมาตัดต้นไผ่เพื่อเอาทอง ทำให้เปิดทางสะดวกให้ยกกองทัพเข้าตีเมืองโดยง่าย เมื่อตีเมืองไผ่หนามแล้วจึงตีเมืองซัว และเข้าสู่บริเวณเมืองหลวง อา(ไม่แน่ใจว่าเป็นใคร)ก็ยกเมืองให้ทันที

เจ้าฟ้างุ่มทรงประกาศให้ลาวเป็นอาณาจักรล้านช้างเมื่อ คศ.1353 ประชาชนในขณะนั้นนับถือภูตผี ผีแถน นางไม้ ต้องทำการฆ่าสัตว์เพือบูชา ทำให้นางแก้วเกงยา (พระธิดาของกษัตริย์ขอม) ต้องกลับไปกัมพูชาเพื่ออัญเชิญพระพุทธศาสนาให้มาประดิษฐานที่ลาว กษัตริย์กัมพูชาจัดขบวนแห่ขึ้นมาในปี คศ.1359 นำพระบางมาให้ด้วย (พระบางมีขนาดความสูง 83 เซนติเมตร เป็นพระปางห้ามญาติ เป็นทองผสมเงิน)

ปัจจุบันร้อยละ 95 นับถือ ศาสนาพุทธ

ปีคศ.1491 เมืองหลวงของอาณาจักรล้านช้างได้สถาปนาชื่อขึ้นว่าหลวงพระบางโดยพระเจ้าสามแสนไท (เจ้าขุนเฮือน)

ปี คศ.1633 เป็นช่วงที่รุ่งเรืองที่สุด มีกษัตริย์ชื่อ พระเจ้าสุริยวงศา มีความสัมพันธ์กับไทย กัมพูชาและเวียดนาม สำหรับด้านไทย ได้ทำการสร้างพระธาตุศรีสองรัก ที่จังหวัด... เพื่อแสดงความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน โดยมีการจารึกไว้ในศิลาจารึกว่า "ต่างฝ่ายต่างได้รับสิทธิประโยชน์บนดินแดนไทยลาว"

ต่อมาภายหลังแผ่นดินลาวได้แตกเป็นสามส่วนคือ ลาวหลวงพระบาง ลาวเวียงจันทน์ ลาวจำปาศักดิ์ เป็นเหตุผลว่าทำไมจึงมีสัญลักษณ์ ช้างสามเศียร ซึ่งเรียกว่าล้านช้างร่มขาว

พระวิชุนราช (สมัยก่อนพระเจ้าสุริยวงศา) เป็นผู้สร้างวัดวิชุน ในปี คศ.1500
พระวิชุนราช เป็นพระบิดาของ พระเจ้าโพธิสราช
พระเจ้าโพธิสราชทรงอภิเษกกับเจ้าหญิงแห่งเมืองเชียงใหม่ทำให้ทั้งสองดินแดนมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ทรงมีพระโอรสเป็นพระเจ้าเชษฐาธิราช

อาณาจักรล้านช้าง(หรือประเทศลาว)มีกษัตริย์ทั้งสิ้น 63 รัชกาล

เมื่อตอนที่ประเทศลาวแยกเป็นสามส่วน ก็ได้มีการแทรกแซงจากหลายประเทศเช่น ฝรั่งเศส อังกฤษ ญี่ปุ่น

พอสงครามโลกครั้งที่ 2 ฝรั่งเศสก็กลับมาอีก พอจบสงครามก็มี อเมริกาอีก

ปีคศ. 1975 ก็ได้จัดตั้ง สปป ลาวได้สำเร็จ โดยแนวลาวสร้างชาติ

การเลือกตั้งจะมีสี่ปีครั้ง ประชาชนจะเลือก สส. และ สส.จะเลือกประธานประเทศ

เมืองหลวงพระบางมีประชากรประมาณ 500000(ห้าแสน) คน เป็นในเมือง 70000 (เจ็ดหมื่น) คน ประชากรทั้งประเทศลาว มีประมาณ 5 ล้านคน

สะพานเหล็ก สร้างขึ้นโดยญี่ปุ่นในสมัย สงครามโลกครั้งที่สอง

วัดมโนรม สร้างโดยเจ้าฟ้างุ่ม

วัดแสนสุขาราม

รูปภายในกุฏิเจ้าอาวาส เจ้าเพชราชเป็นโอรสของมหาอุปราชบุญคง
-เจ้าอาวาสอายุ 68 ปี
-วัดนี้อายุ 285 ปี (สร้างเมื่อ คศ.1718) แต่วัดเชียงทอง 400 กว่าปี
-วัดวิชุน 500 กว่าปี แต่เกิดไฟไหม้ของเก่าไปแล้ว
-ประเพณีแข่งเรือในน้ำคานเดือน 9 และเดือน 5 (ปีใหม่ลาว)

-ด้านหน้าสิมวันแสนมีตัวหม่อม (คล้ายสิงโตจีนกลมๆ)
-ภายในสิมวัดแสนผนังทาด้วยสีแดง มีรูปพระธาตุในที่ต่างๆ เป็นสีทอง รอบๆ สิม
- มีพระพุทธรูปสำคัญภายในคือ พระแซ่(แส้) มีพระแบบนี้สามองค์ คือที่วัดวิชุน วัดแสน และที่ไทยหนึ่งองค์ (จำไม่ได้ว่าวัดไหน) เป็นพระหล่อหยาบๆ สูงประมาณ 1 ศอก ครึ่ง

จบแล้ว

Wednesday, October 19, 2005

The 46 Best-ever Freeware Utilities

ของดีของฟรีมีที่ไหน
...
มีที่นี่ ไปดูซะ

Tuesday, October 18, 2005

gates.30.240.mov (video/quicktime Object)

gates.30.240.mov (video/quicktime Object)

bill gates ก็เคยหน้าแตกตอนพรีเซนต์โปรเจ็คตัวเอง โธ่เอ้ย

[ws] Color Scheme Generator 2

color scheme

The Bubble Project - Ji Lee

รูปภาพผู้ประกาศข่าวชายหญิง เห็นแต่หน้ายิ้มแย้ม ทำนองเชิญชวนว่า ข่าวของเราดีนะจ้ะ

มีมือบอนเขียนไว้ว่า

I’m not wearing pants... And you don’t want to know
what she’s holding!

คิดได้ไงเนี่ย

ไมโครโฟนมั้ง

Sunday, October 16, 2005

เรื่องของลาผู้ไม่ยอมแพ้ กับ บ่อน้ำ และชาวนา

ถึงเสียงจะน่ารำคาญไปหน่อย
แต่ให้ข้อคิดที่ดี
เก็บไว้ดูเวลา ปัญหาล้นสมอง

Friday, October 14, 2005

MSN Hotmail - Message

ได้รับอีเมล์ด้งนี้มากรุณาอ่าน ผมจะคอมเม้นท์ที่ช่วงท้าย
**********

จริงเหรอที่เธอว่า............

เมื่อก่อนกูหวานทำเป็นอาย
กูนัวเนียรอบกาย ที่รักจ๋า
เดี๋ยวนี้กูหวาน "อาวกระโถนมา"
กูนัวเนีย ขอเหอะว่ะ "ไกลๆตีน"

เมื่อก่อนกูอ้อน น่ารักจัง
เดี๋ยวนี้อ้อนมั่ง"อย่าเล่นลิ้น"
เมื่อก่อนหอมแก้มเป็นอาจิณ
เดี๋ยวนี้ได้กลิ่นเป็นอาเจียร

เมื่อก่อนเจอกัน อ่ะของฝาก
เดี๋ยวนี้ เมิงอยาก ก็ซื้อดี๊
เมื่อก่อนขับรถรับส่งฟรี
เดี๋ยวนี้เฮ้ย! แท๊กซี่เอาอีนี่ไป

เมื่อก่อนร้องไห้คอยกอดปลอบ
ป่าวประกาศช๊อบ ชอบบบบคนอ่อนไหว
เดี๋ยวนี้กูร้องไห้โอ้ย...เป็นรัย
อ่ะ กระแดะเข้าไป อยากได้อะไรบอกดีๆ

เมื่อก่อนยิ้มให้ โหย...ใจเต้น
เดี๋ยวนี้ยิ้มให้เห็น"กูปวดขี้"
เมื่อก่อน เฮ้ย..ขาว ว๊าว ดูดี
เดี๋ยวนี้ซีดยังกะผี ดูมันชม

เมื่อก่อนข้ามถนนเดินจูงมือ
ข้าวของเงี้ยช่วยถือกลัวเราล้ม
เดี๋ยวนี้ยกมือขึ้นพนม
โอม เพี้ยง...ให้มันล้มรถเหยียบคอ

เมื่อก่อนสาวมองทำเป็นเงียบ
เดี๋ยวนี้ขอเบอร์เพียบไอ้หน้าม่อ
เมื่อก่อนจะไปไหน เดี๋ยวป๋มรอ
เดี๋ยวนี้ไม่ง้อ จะไปไม่ไป…

เมื่อก่อนทำอะไรผิดโอ้ย…นิดหน่อย
เดี๋ยวนี้ เดี๊ยะต่อย…ดีๆหน่อยได้มั้ย?
เมื่อก่อนใครมอง โกรธเป็นไฟ
เดี๋ยวนี้ ใครอยากได้ กูให้ฟรี

เมื่อก่อนกินข้าวเดี๋ยวป๋มจ่าย
ก็นะ…เกรงจัย คุณเป็นเลดี้
เดี๋ยวนี้…หลอกแดกกูฟรีๆ
เซ็งจังอีนี่เกาะกูกิน

เมื่อก่อนกูงอน ทำเป็นง้อ
โวยวายตัดพ้อ ชีวิตจะสิ้น
เดี๋ยวนี้กูงอน ทำท่าจะบิน
"งั้นเลิก" ฟังจนชินต้องง้อมัน

เมื่อก่อนโทรตามเอาใจใส่
เดี๋ยวนี้โทรไปปิดซะงั้น
เมื่อก่อนแมสเสจส่งทั้งวัน
เดี๋ยวนี้เครื่องสั่นลืมจ่ายตังค์

ก็แค่…อยากให้นายรู้บ้าง
คบแล้วทิ้งขว้างรักมั่งไม่รักมั่ง
ถ้าเล่นๆ ก็บอกดิ่"ไม่จริงจัง"
จะเผื่อใจไว้คราวหลัง หลายๆคน

พวกนายเจ้าชู้ เออ…ก็ได้
แต่ไม่อยากจะเป็นควายหลายๆหน
มากๆชักจะหมด ความอดทน
ดั๊นก็คนปถุชนธรรมดา

แต่นี่บอก ไม่เจ้าชู้กูละเบื่อ
ในสต๊อกที่เหลือมันใครหว่า?
ทำเป็นรักเดียวใจเดียวออกหน้าออกตา
ใครตอแหล มารยา "คิดอีกที" ?

กูโนะเนะก็บอกกูกระแดะ
กูกระแซะก็ว่า กูกะหรี่
กูเฉยๆ ก็ว่าหยิ่งสิ้นดี
กูอ้อนที ก็บอก "น่ารำคาญ"

กูไม่รับโทรศัพท์ เชิญไปบวช
พอกูรับ 5 สายรวด โถ…อีร่าน
กูบอกไม่มีแฟนล่ะหน้าบาน
พอจีบติดไปนานๆ ก้อทิ้งกู!!!!!!!!!

**********

ผมมักมีความคิดทำนองว่า ไม่มั่นใจในความรักคือ ไม่คิดว่าความรักมีอยู่จริง ไม่ว่าที่ไหนก็เหอะ หรือว่าผมไม่เคยเห็นใครที่รักกันจนน่าประทับใจเลย นอกจากในหนัง (ซึ่งแทบทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง)

พวกทำนองว่า อกหักดีกว่ารักไม่เป็น แล้วไง มีความสุขหรือที่ได้ลองอกหัก ถ้ารู้ว่ามันมีโอกาสแล้วมันควรลองไหม
เปรียบเทียบอย่างนี้ได้หรือเปล่า เช่น บุหรี่ รู้ว่าลองแล้วก็คงมีโอกาสติด แต่ก็ลอง รู้ว่าสูบไปนานๆ ก็อาจจะเป็นมะเร็ง ก็ยังสูบ

ความรัก รู้ว่า อาจมีสิทธิ เจ็บทั้งตัวเจ็บทั้งใจ ก็ยัง ไขว่คว้า

อืม เมื่อไหร่ผมจะมีทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับความรักเสียที จะได้มีแฟนซะทีน้อ ฮ่าๆๆ

Thursday, October 13, 2005

The Night views of Seto

I received this email,at first I thought I will delete it right away. but as I click to this link I've found the amazing picture eventhough I'm not even know japanese!

you guys should have a look

Monday, October 10, 2005

Sky Tower, Auckland


Sky Tower, Auckland
Originally uploaded by Tangelo.
รูปสวยๆ อีกรูปหนึ่งของสกายทาวเวอร์ครับ

Wednesday, October 05, 2005

เงินหายไปไหน

ได้รับฟอร์เวิร์ดอีเมล์มาดังนี้

ชาย 3 คนจ่ายค่าพักโรงแรม คนละ 1000 บาท รวมเป็นเงิน 3000 บาท
เจ้าของใจดีลดเหลือ 2500 บาท เลยฝากบ๋อยไปคืนชายทั้งสาม 500 บาท
บ๋อยเก็บไว้เอง 200 บาทแล้วคืนให้ชาย 3 คน คนละ 100 บาท
เท่ากับว่า ชายทั้งสามจ่ายค่าโรงแรมคนละ 900 บาท เท่ากับ 2700 บาท
รวมกับที่บ๋อยเก็บไว้ 200 บาท รวมเป็น 2900 บาท
.............แล้ว อีก 100 บาท หายไปใหนนี่ ?

ค่าห้องที่จ่ายไปตอนแรก 3000
ลบบ๋อยเอาไป 200
ลบบ๋อยมาคืน 300
ลบค่าห้องจริง 2500
ก็เหลือ ศูนย์

อ้าว แล้วสงสัยอะไรเนี่ย
ก็ปกติดีนี่นา ทำไมไปคิดย้อนอย่างนั้นให้งงล่ะจ้ะ

Tuesday, October 04, 2005

auckland skytower


auckland skytower
Originally uploaded by gnret.
ทดสอบกันอีกแล้วครับท่าน ของใหม่ๆ

Friday, September 23, 2005

เมื่ออดีตตามมาหลอกหลอน

ปี 2526
ปี 2536
ปี 2546

ไม่น่าเชื่อว่าทุกเหตุการณ์ในทำนองเดียวกันนี้ เกิดขึ้นต่างกรรมต่างวาระกัน ในช่วงเวลาห่างกัน ประมาณสิบปี แต่มันฝังใจเรามาตลอด จนขาดความมั่นใจในเรื่องนั้นไปเลย

ตอนนี้เหตุการณ์ดังกล่าวกำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้เป็นการทดสอบตัวเรา ว่าจะเผชิญหน้ากับมันอย่างไร ต้องชั่งน้ำหนัก ความรู้สึก ความต้องการ ความคุ้มค่า ศีลธรรม มากมายเหลือเกินที่ต้องคิด ถ้าครั้งนี้เกิดขึ้นอีก มันก็จะมีเปอร์เซนต์เกิดได้อีกหลายๆครั้ง

ทำยังไงดี ความดี ความชั่ว ความต้องการ ความถูกต้อง ทำไมมันยากอย่างนี้

ผมอยากบอกสิ่งที่ติดตามหลอกหลอนผมมาตลอด เกือบ 20 ปี นี้ว่า ผมขอเถอะขอผมเป็นอิสระจะเรื่องนี้เสียที จะให้ผมทำยังไง

หรือว่า มันตามผมเหมือนเงา สะบัดไม่หลุดหรอก ต้องอยู่กับมันไปตลอดชีวิต

ตลอดชีวิต จริง ๆ เหรอ?

Thursday, September 08, 2005

ISM Technology Recruitment Ltd. - Salary Survey 2005

เป็นไปได้หรือว้า

ถ้าทำงานอย่างที่เราเคยทำ พอ สองสามปีแล้วรายได้จะเพิ่มขึ้นขนาดนี้เลยเหรอ ว้าว

Wednesday, September 07, 2005

คนอ่านบล๊อก กับ คนเขียนเบล๊อก

คนเขียนบล๊อก เป็นคนเหงาประเภทหนึ่ง
คนอ่านบล๊อก เป็นคนเหงาประเภทหนึ่ง

เวลาเหงา ก็มาเขียนบล๊อก
เวลาเหงา ก็มาอ่านบล๊อก

อ่านแล้วก็เหงา
เขียนแล้วก็ยังเหงา

แต่สะใจดี

space

ผมมีความคิดเสมอว่า พื้นที่ว่าง ทุกชนิดควรได้รับการใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่า

เช่นชั้นวางหนังสือก็ควรวางหนังสือแนวตั้งหันสันออกให้เห็นเด่นชัดและประหยัดที่ให้เหลือที่ไว้วางอย่างอื่นเป็นต้น

โต๊ะทำงาน ใต้โต๊ะว่าง ก็น่าจะเอาเคสคอมพิวเตอร์มาวางหรือเอากล่องใส่ของมาวางให้มันใช้พื้นที่ให้คุ้มๆ

ทุกครั้งที่มีการตั้งตู้โทรศัพท์ มันจะเป็นการกันพื้นที่(ถึงแม้เจ้าของบริษัทโทรศัพท์ไม่ได้เป็นเจ้าของโฉนดตรงนั้น) มันเป็นการกันพื้นที่ที่ไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่ เพราะนำไปใช้ประโยชน์อื่นๆ ไม่ได้อีก ต้องรอคนมาใช้อย่างเดียว

ไม่รู้เรื่องที่ว่างๆ นี่มีคนคิดหรือเปล่า น่าจะมีนะ พวกที่คิดเรื่อง planogram ที่จัดวางของในซุปเปอร์มาเก็ตอะไรทำนองนี้ไง

ใช้ให้คุ้มๆ

Friday, August 19, 2005

SkyscraperCity Forums - Architecture and Urban Facilities

SkyscraperCity Forums - Architecture and Urban Facilities

เว็บที่น่าสนใจเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเว็บนะครับ
เกี่ยวกับโครงการก่อสร้างต่างๆ ในกรุงเทพฯ

BlogGang.com : : บัว ทำไมเป็นอย่างนี้ไปได้

พระเจ้าช่วย นี่มันอะไรกันเนี่ย

X Saint

X Saint

วันหลังมาอ่านละกันนะ บล็อกของคนทำงานคอมพิวเตอร์กราฟฟิก อาจจะได้ไอเดียอะไรดีๆ

Friday, August 05, 2005


???! Posted by Picasa

- - - T 0 5 E ' s B a k e r y - - -

- - - T 0 5 E ' s B a k e r y - - -

blog ของ คุณทศ

วันนี้เข้าไปเช็คเมล์ในยาฮูแล้วก็เห็นมันมาคอมเม้นท์เพียบเป็นชุด ก็เลยแอบไปเว็บมันบ้าง แต่ว่าไม่ได้คอมเม้นท์อะไรมาก ก็ดีที่มีคนมาอ่านแล้วชอบ นอกจากทศ ก็ยังมีต้อยติ่งด้วยนิดหน่อย

เมื่อกี้เพิ่งดูข่าวช่องสาม ที่มีรถชนเสยหลังรถกู้ภัยที่กำลังขนรถมอไซด์ขึ้นกระบะอยู่ อยู่ๆ จี้บเชอโรกี ก็พุ่งเข้าใส่ทันที คนที่กำลังช่วยกันยกมอไซด์ โดนชนไปไกลเกือบยี่สิบเมตร บาดเจ็บสาหัส

เดาสิ...

คนขับเชอโรกีเมา แอลกอฮอล์ หกสิบเก้าเปอร์เซนต์ หกสิบเก้าเปอร์เซนต์ มากกว่าครึ่งหนึ่งของเลือดอีกเหรอ อย่างนี้เรียกว่าไร เห็นเพื่อนกู้ภัยคนที่ไม่เป็นไร ต่อยหน้าคนขับเชอโรกีไปหนึ่งหมัดเต็มๆ แถมคนที่โดนชนดันเอาลูกชายมาช่วยโบกรถอีก ลูกชายไม่เป็นอะไร แต่พ่อกับแม่ที่เป็นกู้ภัยโดนไปเต็มๆ อยู่โรงพยาบาลหัวเฉียว

ชีวิตคนเราไม่แน่นอน
ทำดี พระเจ้าชอบ อยากเอาไปอยู่ด้วย จะได้พ้นทุกข์บนโลกนี้เร็วๆ

Friday, July 22, 2005

บทบัญญัติข้อห้ามและศีลของสมณเพศ

อ่านแล้ว เหนื่อย
สองร้อยยี่สิบเจ็ดข้อ
การจะทำได้นี่ ขอประทานโทษ ยากมาก
มีพระในโลกนี้รูปไหนทำได้จริงหรือเปล่านะ
มันละเอียด ทั้ง กาย วาจา ใจ รวมถึงปัจจัยที่ห้ามไม่ได้อีกหลายประการ เช่น บุคคลภายนอกที่จะเข้ามาทำให้เกิดเรื่องต่าง ๆ
โอย.. จะบวชดีมั้ยเนี่ย...

Monday, July 18, 2005


my hometown from the universe Posted by Picasa

ไปไหนมา

หายไปไหนมา

อยู่บ้านไม่ได้ไปไหนนี่

แล้วทำไมติดต่อไม่ได้

เปลี่ยนเบอร์โทรครับ

เป็นเบอร์อะไร

ไม่บอกครับ ตอนนี้หนีหนี้อยู่ครับ แต่บอกหน่อยว่าเปลี่ยนจากฮัทเช่ย มาใช้ ดีแตก แล้วนะครับ

ช่วงนี้ไปเที่ยวไหนหรือเปล่า

ไม่ค่อยครับ เดือนห้า เดือนหก ก็ยุ่งกับงานขายหนังสือ ตอนนี้เดือนเจ็ด เริ่มเบาๆ ลง มายุ่งกับงานขายเครื่องเขียนต่อ

แล้วเพื่อนๆ ล่ะ เค้าไม่สงสัยรึ

ก็คงสงสัยแต่ก็ไม่มีเบอร์เลยไม่เห็นว่าไร

ไปดูหนังเรื่องสุดท้ายเรื่องอะไรอ้ะ

Turtle can fly เต่าบิน แทบหลับแน่ะ ไม่ใช่หนังไม่ดีนะ ก็ดี แต่ว่าง่วงน่ะ

พี่น้องเป็นไงบ้าง

พี่ก็สบายดี ตอนนี้กำลังจะลาออกมาช่วยที่บ้าน น้องก็สบายดี เรียนอยู่ ปีสามแล้ว

พ่อแม่ล่ะ

ก็สบายดี เหมือนเดิม อยู่สองทำงานหนึ่ง อีกคนนั่งเชียร์ หึๆ

ถามเท่านี้ก่อนดีมั้ย

จริงๆ ถามอีกก็ได้ แต่ไม่อยากถามก็ไม่เป็นไร ไปก่อนก็ได้

my new mobile phone a' Posted by Picasa

Friday, May 20, 2005

หายไปหลายวัน (เดือน)

หายไปหลายวันเลยครับ เป็นเดือนเลยมั้งครับ

ตอนนี้พ่อกลับมาแล้วนะครับ แต่ไม่ค่อยเหมือนเดิมครับ
ไม่รู้ไปทำอะไรมา ทุกคนก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแปลกจัง

ตอนนี้รับผิดชอบที่บ้านทำเรื่องหนังสือเปิดเทอมอยู่ มีเรื่องต้องเรียนรู้มากมาย
แถมสรรพากรก็ยังมาเยี่ยมที่บ้านอีก วุ่นวายไม่รู้จักจบจักสิ้น

ทีวีก็เสียแฮะ

มีเรื่องซวยๆ เยอะจังนะ สงสัยต้องทำบุญบ้านซะหน่อย เรียกกำลังใจคืนมาเนอะ

look Posted by Hello

Sunday, April 03, 2005

ป๋าหายไปไหน

ป๋าหายไปจากบ้านตั้งแต่วันพฤหัสที่ 31 มีนาคม 2548 โดยไม่มีใครรู้ว่าหายไปไหน ไม่ได้เอารถยนต์ไป ไม่ได้เอาเสื้อผ้าไป เอาไปแต่เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ้ค และกระเป๋าเอกสาร

ตอนนี้ที่บ้านเป็นห่วงมาก ไม่รู้หายไปไหน อยากลงรูปพ่อจัง แต่ตอนนี้ยังไม่มี ไม่รู้มีคนเข้ามาอ่านบ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้ ถ้าเจอคุณลุงที่ ตลกๆ กวนๆ ชอบดูหนังนอกกระแส อายุประมาณ 55 ปี ชื่อชัยวุฒิ หวังซื่อกุล แล้วล่ะก็ แจ้งกลับมาบอกผมด้วยนะครับ จะเป็นพระคุณมากครับ

Friday, March 11, 2005

เรื่องพัสดุเก็บเงินปลายทาง

ไปอ่านดูก็ได้ในพันธุ์ทิพย์นะครับ
ผมไปเล่าที่นู่นหมดแล้ว
เอาส่วนที่ไม่ได้เล่าละกันนะครับ
ก็คือ ผมรู้สึกเสียเวลามากๆ นะครับในการที่นอกจากจะต้องมาโทรหาคนที่ต้องการจะซื้อแล้ว ยังต้องมาอารมณ์เสียทีหลังอีก ถึงแม้จะไม่ใช่เงินของเรา ของของเราก็เถอะนะ แต่มันเวลาของเราเฟ้ย

ถ้ามันเสร็จเร็วเสร็จเลย ก็จะได้เอาเวลาไปทำอย่างอื่น จริงอยู่เวลาบ่นๆ ไป ใครรู้ก็คงคิดว่า จะทำไปทำม้าย เรื่องเราก็ไม่ใช่ เหลือก็ไม่ได้เป็นภาระของเราคนเดียวซักหน่อย

ถ้าตอแหลหน่อยก็จะพูดว่า ก็เพราะความรับผิดชอบไง จะปล่อยให้มันครึ่งๆ กลางๆ หรือไง ทำเสร็จแล้วส่งล็อตแรกแล้วที่เหลือก็ทิ้งไว้ ให้หนักโลกเปล่าๆ หรือไงน้อ คนอื่นๆ เค้าคิดกันยังไงกัน ถ้ามานั่งอยู่ในตำแหน่งผมนี่จะคิดอย่างนี้ไหมหนอ

นี่ส่งไป สามร้อยกล่องได้มั้ง ได้เงินมา ร้อยห้าสิบกว่า ตีกลับมา สามสิบกว่ากล่อง ก็จริงๆ ได้เงินมาครึ่งนึงแล้ว แต่ก็ตีคืนมา สิบเปอร์เซนต์ ก็ถ้ามองโลกในแง่ดี ก็ดีนะ ได้เงินมาตั้งครึ่งแน่ะ

ก็ต้องเรียนให้ผู้ชำระเงินด้วยว่า ตอนนี้ใบเสร็จรับเงินที่ถูกต้องหมดชั่วคราวนะครับ ก็มีเก็บอยู่ที่ท่าพระจันทร์นะครับ ไม่ทราบว่าจะเข้าไปเอามาให้ได้หรือเปล่า

นี่ก็อีกเรื่องครับคิดมาแล้วกลุ้มจัง คือ ผมอยู่ที่บ้านต่างจังหวัดไง แล้วใบเสร็จหมด ก็พยายามติดต่อเพื่อนให้จัดหาให้ คือพวกท่านๆ ผมไม่ได้ให้รับงานอะไรหนักหนาเลย แค่ให้เอาใบเสร็จให้เอง ก็จนป่านนี้จนใบเสร็จหมด ก็ยังไม่ได้เลย ทำให้ต้องไปเอาเอง ถึงแม้มันดูบ้าๆ ก็เถอะนะครับ

คนที่จ่ายแล้วก็รอกันหน่อยนะครับ ถ้าไม่สำเร็จผมคงหาทางอื่นให้อีกทีนะครับ

ร้องเรียนเรื่องบริการพัสดุเก็บเงินปลายทาง

เป็นการโพสต์ในพันธุ์ทิพย์ ครั้งแรกของผมที่โพสต์แบบเป็นเรื่องเป็นราวนะครับ

Wednesday, March 02, 2005

Beautiful wallpaper website

สวยจัง
เห็นแล้วอยากเอาไปบอกอ้อดที่ออฟฟิสจังเลย อ้อดคงชอบ
เราก็อยากได้เหมือนกันนะ แต่ตอนนี้เครื่องที่บ้านช้าว่ะ เอามาคงช้ากว่านี้อีก เฮ้อ ได้แต่ดูว่าสวยดี

Friday, February 25, 2005

เปิดใจหนังสือรุ่น

สวัสดีครับ กรรมการบัณฑิตทุกท่าน

จดหมายฉบับนี้คงเป็นจดหมายฉบับท้ายๆ
แล้วนะครับที่ผมจะส่งมารบกวนทุกคน

ตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2546
ที่ทราบว่าได้รับคัดเลือกเป็นกรรมการบัณฑิตเป็นต้นมา
ผมไม่เคยตระหนักเลยว่าหน้าที่นั้นจะเปลี่ยนชีวิตผม
และกินเวลาในชีวิตผมไปมากขนาดนี้
นับจนถึงตอนนี้ก็เกือบสองปีแล้ว
หากใช้เวลาไปกับการเรียนปริญญาโท ก็คงจบกันได้แล้ว

ตอนแรกก็เหมือนเรารักกันดี ทำงานกันสนุกสนานดี
ตามคอนเซ็ปต์ หนึ่งเดียวที่เราคิดกันขึ้น แต่ไปๆ มาๆ
ก็ค่อยๆ ทะยอยแยกย้ายกันไปตามเรื่องตามราว
มันก็เป็นการยากที่จะตัดสินว่าสิ่งที่ทำนั้นเหมาะสม
หรือไม่ (ถูกต้องไม่ถูกต้องคงไม่ต้องคิดนะครับ)

กลายเป็นสุดท้ายเหลือกันอยู่ไม่กี่คน
หลายครั้งที่ผมขอความร่วมมือในการช่วยงานต่างๆ
สุดท้ายแล้วก็จบลงที่เหมากันกันเองไม่กี่คน คือ น้อยกว่า
ห้าคนด้วยซ้ำ บางที คนเดียวด้วยซ้ำ ผมแอบคิดหลายครั้งว่า
ผมผิดหรือเปล่าที่เอาโน่นเอานี่มาทำซะหมดแล้วก็ไม่รู้จักแบ่งงานให้คนอื่นทำซะบ้างเลย
อันนี้ไม่รู้นะ ถ้าผมทำไม่ถูกไม่ควรก็อยากให้เพื่อนๆ
บอกด้วยอย่าปล่อยให้ผมโง่ต่อไปเลยครับ

หนังสืออนุสรณ์บัณฑิตกลายเป็นหัวข้อปัญหาใหญ่หลังจากงานรับปริญญาเป็นต้นมา
เราเริ่มคัดเลือกและเริ่มทำกันในเดือน มกราคม 2547
ในขณะที่เหลือจำนวนคนทำงานน้อยลงเรื่อยๆ
แค่ขั้นตอนการคัดเลือกก็เกิดผิดใจกันหายหน้าหายตาไปบ้างซะแล้ว

ขั้นตอนการส่งเอกสาร ตรวจงาน ก็ดำเนินการมาตลอด
จากที่โรงพิมพ์เคยแจ้งไว้ในสัญญาที่ทำว่าจะเสร็จในเดือนเมษายน
ก็ล่วงเลยมาเรื่อย ๆ เหมือนสัญญาไม่มีความหมายอะไร
คนทำก็ท้อ คนจ้างก็ท้อ
เพราะมันห่อเหี่ยวเหลือเกินหันไปทางไหนก็มองไม่เห็นใครเลย
ทุกอย่างตัดสินใจกันเองไม่กี่คน

จนท้ายสุดหนังสือทั้งล็อต ก็เสร็จออกมาในเดือน พฤศจิกายน
2547 จำนวนหนึ่งพันเล่ม
ในขณะที่มีคนสั่งจองและจ่ายเงินแล้ว 420 เล่ม
แล้วก็ต้องแจกตามห้องสมุดและจำหน่ายเพิ่มจนหมดจำนวนที่จัดพิมพ์มา
ดีหน่อยที่ช่วงนี้มีเพื่อนมาช่วยหลายคน
ช่วยลำเลียงหนังสือ ช่วยจัดหาที่เก็บ
ช่วยประชาสัมพันธ์เพื่อจัดจำหน่ายเพิ่มเติม เป็นต้น

กำหนดการที่ว่าจะให้ซื้อกันจนถึงสิ้นเดือน มกราคม 2548
ก็ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
ผมก็แจ้งจำนวนหนังสือที่เหลืออยู่ให้ทุกท่านทราบเป็นระยะๆ
จนสิ้นเดือน ยอดก็ไม่กระเตื้องมากขึ้นแต่อย่างใด หนำซ้ำ
ด้วยความไม่สะดวกในการจัดเก็บที่มหาวิทยาลัย
ผมก็ได้ลำเลียงมาเก็บไว้ที่บ้านผมเอง และไว้ที่คอนโด
ของภาณิณด้วยส่วนหนึ่ง
และในท้ายที่สุดก็ย้ายมาไว้ที่บ้านผมที่นครสวรรค์ทั้งหมด
โดยเหลืออยู่ที่มหาวิทยาลัย สามสิบเล่ม
ซึ่งให้ตั้มเป็นคนดูแล

มาบัดนี้วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2548
หลังจากผมได้ใช้การโทรถามว่าคนที่แจ้งว่าจองยังจะซื้ออยู่หรือไม่
และสามารถระบายหนังสือไปได้มากกว่า สองร้อยเล่ม แล้ว
ก็ยังเหลือหนังสืออยู่ที่ผมประมาณ 100 เล่ม

มาถึงสิ่งที่ผมจะเรียนถามเพื่อนๆ จริงๆ แล้วนะครับ คือ
ตามสิทธิแล้วกรรมการบัณฑิตทุกท่าน
ไม่ว่าจะช่วยงานหรือไม่ช่วยอะไรเลยในเรื่องของหนังสืออนุสรณ์ก็มีสิทธิที่จะได้รับหนังสืออนุสรณ์บัณฑิต
ฟรี หนึ่งเล่ม มาบัดนี้ ผมจึงอยากให้ท่านทั้งหลาย
ได้ส่งชื่อที่อยู่ปัจจุบัน มาให้ผม
เพื่อที่ผมจะได้จัดส่งหนังสือที่ท่านควรจะได้ไปให้โดยเร็ว
และส่วนที่เหลือผมจะได้จัดการจำหน่ายต่อเพื่อให้หมดและไม่เป็นภาระต่อใคร
ไม่ว่าบ้านผม ตัวผม มหาวิทยาลัย
หรือคณะกรรมการบัณฑิตทุกคน

ผมใคร่ขอความกรุณาอย่างมาก
ให้ท่านส่งชื่อและที่อยู่มาโดยด่วน ทางนี้ หรือ โทรมา
066696296 ภายในวันสองวันนี้ หากท่านทำการชำระเงินแล้ว
ขอให้ท่านแจ้งเลขที่บัญชี
หรือที่อยู่ที่จะให้ส่งเงินคืนชดเชยไปให้ มาให้ผม
เพื่อที่จะได้ดำเนินการต่อ
เพื่อไม่ให้เป็นความลำบากใจของใครต่อไป หากเพื่อนๆ
มีอะไรสงสัย ไม่พอใจ สามารถคุยกับผมได้โดยตรง
ผมไม่ได้มีอำนาจล้นฟ้า
ไม่ได้มีอำนาจตัดสินใจทุกสิ่งทุกอย่างเสมอไป
ที่ผมต้องตัดสินใจอยู่ทุกวันนี้
ก็เพราะไม่มีทางอื่นให้เลือกและช่วยตัดสินใจเลย
หากภายในวันเสาร์
เวลาห้าทุ่มไปแล้วไม่มีใครติดต่อมาเพื่อแจ้งเรื่องหนังสือที่จะส่ง
ผมจะขอจำหน่ายต่อให้กับบัณฑิตที่มีความต้องการต่อไป

อนึ่ง กรรมการบัณฑิตที่มีสิทธิได้รับหนังสือฟรีนั้น
คือบัณฑิตกลุ่มเดียวกับที่ได้รับโล่ห์ในวันขอบคุณสปอนเซอร์เท่านั้น

สุดท้ายนี้ เกือบสองปีที่ผ่านมาทำให้ผมเรียนรู้อะไรหลายๆ
อย่างมากขึ้น
แต่ไม่รู้ว่าเป็นประโยชน์หรือโทษกับชีวิตกันแน่
แต่ผมมั่นใจเลยว่า หากต้องทำงานกลุ่มครั้งต่อไป
ผมจะต้องคิดไตร่ตรองให้มากกว่านี้แน่นอน

ขอแสดงความนับถือน้ำใจของพวกนายทุกคน

อธิศ หวังซื่อกุล
กรรมการบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ตัวแทนสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติ สิรินธร

ป.ล.ทุกครั้งที่ลงท้ายจดหมาย ผมจะลงเป็นตัวแทนคณะเสมอ
เพราะผมเป็นเท่านั้นจริงๆ

รับหนังสือรุ่นเพิ่มด้วยมั้ยครับ

บทสนทนายอดฮิตประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2548

สวัสดีครับ ผมขอเรียนสายคุณ.....ครับ

ผมโทรจากคณะกรรมการบัณฑิตมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ครับ

มีเรื่องอยากจะเรียนถามเรื่องเกี่ยวกับหนังสืออนุสรณ์บัณฑิตครับ

คือตอนนี้หนังสือที่คุณ....สั่งจองเสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ

ผมเลยโทรมาถามว่าจะให้จัดส่งอย่างไรครับ

ผมมีที่อยู่ที่คุณ....เคยให้ไว้ เดี๋ยวผมอ่านให้ฟังนะครับ

ถ้าสะดวกผมจะขออนุญาตส่งไปเป็น พัสดุเก็บเงินปลายทาง โดยมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ ห้าร้อยสี่สิบบาทนะครับ

เดี๋ยวผมจะทวนชื่อกับที่อยู่อีกครั้งนะครับ

ผมจะดำเนินการให้ในวันพรุ่งนี้ และพัสดุคงจะไปถึงในอีกไม่เกินหนึ่งสัปดาห์นะครับ รอรับด้วยครับ

ขอบคุณมากนะครับ สวัสดีครับ

Tuesday, February 22, 2005

อวสานธรรมศาสตร์

อ่านแล้วเห็นด้วยนะ
คือเค้าไม่ได้ว่าเราโดยไม่มีหลักฐานนะ
เค้าออกจะดูเข้าใจเหตุการณ์มากอยู่นะ
มีคนในกระทู้คนนึงไปหาว่าเค้ามาว่าสถาบัน
ไอ้นี่คงจะบ้าสถาบันไปหน่อยมั้ง

Sunday, February 20, 2005

ขอแสดงความยินดีกับน้องๆ ที่ผมเคารพด้วย

เอามาเฉพาะส่วนสำคัญ
...
ยื่นใบลาออกวันนี้อ่ะครับ คุยกะทางคณะแล้ว เค้าบอกว่าต้องยื่นใบลาออกก่อน หนึ่งเดือนครับ อ.สวัวสดิ์เค้าไม่เซ็นให้ เค้าบอกให้ไปทำมาให้ถูกวิธี ไม่งั้นประวัติคุณที่นี่จะไม่ดีแน่ๆ เงินเดือนสุดท้ายก็ไม่ได้นะ

กูก็ตอบไปว่า งั้นฝาก อ.เดินเรื่องต่อให้ที่ละกันนะครับ

คือที่ผมไม่ยอมทนเรียนต่อเนี่ย มันมีหลายๆ สาเหตุนะครับ
หนึ่ง ผมทนไม่ได้กะคำตอบที่ผมได้จาก อ.สุภชาติ (ขอโทษที่เขียนชื่อผิดครับ) เค้าตอบคำถามของ ปห เด็กชีตติ้ง แล้วหลังจากนั้นรถผมโดนขูดได้อย่างเพราะพริ้งว่า ถ้าทนไม่ได้ก็ออก ก็มีเท่านั้น
สอง จากข้อหนึ่งมันทำให้ผมคิดได้หลายๆอย่างว่า สิ่งใดสำคัญจะชีวิตกันแน่ ผมยังไม่ได้ดูแลทางบ้านเรย ผมยังใช้เงินเค้าอยู่ ยังขอเค้ากินอยู่ ซึ่งวัยขนาดนี้แล้ว ยี่หก มันไม่สมควร ทำให้ผมได้มองหางาน
สาม. ผมชอบที่จะสอนนะ ถึงมาคนเดียวก็สอน อยู่ที่ไหน มี ปห ก็ถามได้ คนที่เคยติวกะผม หรือ เรียนแล๊บกะผมน่าจะรู้ดี ยกเว้นหลังจากที่ผมได้ฟังคำตอบ ในข้อหนึ่ง ผมหมดใจไปเยอะเรย พูดง่ายๆว่า เช็คชื่อก็ไม่ทำ จับคนสูบบุหรี่ก็ไม่ทำ ติงก็ไม่ได้ใส่ใจไรมาก ถ้าน้องคนไหนอยากถามผมก็ตอบ แต่ไม่ได้ ขวนขวายให้เค้าตอบ แต่ ย้อนกลับไปข้อหนึ่ง กุหมดใจวะ ความคิดที่กูจะไปเป็น อ.บ้านนอก สลายเรย
แต่ไม่เป็นไร สอนเด็กไม่ได้ ไปช่วยผู้ใหญ่ให้มีความรู้ช่วงเสารอาทิตย์ ตามแถบๆ ตจว ก้ได้ เพราะเด้กที่ดีก็มาจากผู้ใหญ่ที่ดี นะแหละ

อย่าเอาความคิดของคนโสดมาตัดสินใจ (เอามาจากในเว๊บนี้แหละ) ผมว่าเรื่องนี้มันขึ้นกะไฟนะครับ ต้องเป็นอย่าง จีทีโอสิครับ

ครูมี นร หลายคน โว๊ยวายใหญ่เรย มันเหนื่อยทำงานหนัก แต่ นร มี อ. คนนั้นคนเดียวนะครับ

สมัยก่อนผมก็นั่งสูบบุหรี่ หน้ายูเอฟเอ็ม แต่พอมี อ. มา ก็รีบเอาหลบ เด๋วนี้ ไม่
สมัยก่อน อ.เดินผ่าน เราก็ทักกันคุยกันได้ เด๋วนี้ ไม่(อาจไม่ใช่กะ อ. ทุกคน)
สมัยก่อน คนสูบบุหรี่ จะโดนไล่ไปสูบไกล หรือไปนั่งรวมกับพวกคนที่สูบด้วยกัน เด๋วนี้ เดินสูบกันให้ว้อน
สมัยก่อน คนเข้าห้องเรียน เพราะอยากเรียน ตอนนี้เข้าเพราะเช็คชื่อ

ตอนนี้อ่ะ มันไม่ใช่ที่นี่ที่เดียวนะ มันเป็นกันทุกที่แหละ เราจะแก้ยังไงดีอ่ะ

โปรดักของคณะ (มหาลัย)คืออะไร
ตอบ นศ

เราต้องการให้ นศ เราอยู่ ตำแหน่งไหนในสังคมอ่ะ ในโบรชัวเขียนซะโก้ leadership in Education เราก็แค่ไปก๊อบระบบเค้ามาปรับปรุงอ่ะ ไม่ได้ต่างจะ ระบบอื่น ใน ประเทศเรย มันนำหน้าเค้าไงวะ

ถ้าเป็นกู กูจะเปิดคอร์สสอน วิชาใส่หน้ากาก
วิชาโกง วิชาร้อยลิ้น วิชาเอาตัวรอด จบไปมึงได้ใช้มากกว่า วิชาที่เรียนซะอีก (คิดเล่นๆ)

วิชาเรียนก็เหมือนเดิมเนี่ยแหละ แต่ต้องเพิ่มสังคมเข้ามาด้วย

ผมต้องขอกราบขอโทษ อ.วิญญูมา ณ ที่นี่ด้วย ที่ผมเอาความสะใจของตัวเองเป็นที่ตั้ง ผมทราบว่าสิ่งที่ผมทำมันมีผลยังไง ผมทราบว่าผมควรยื่นใบลาออกตั้งแต่ เดือนที่แล้ว แต่ผมตัดสินใจว่าจะไม่ทำ ผมจะประชดคณะแบบนี้ ซึ่งผมรู้ว่าไม่ดี ผมต้องขอโทษ อ. มา ณ ที่นี้ด้วยครับ

เคยมีไหน ที่ อ. จะมารู้ว่า นศ คนไหนเล่นเกมส์ไรเก่ง รู้ไหมว่าคนไหนขับรถแต่ง รู้ไหมว่าใครดูดปุ้น นศ ไม่ได้ต้องการมาเรียนอย่างเดียว เค้าต้องการสังคมที่ดีด้วย สังคมเพื่อนที่ดี สังคม อ. ที่ดี เอาใจใส่กับเด็กมากขึ้น พวกคุณๆ ตัดสินใจ มาเป็น อ. นะครับ ต้องเป็นทั้งพ่อแม่ พี่น้องและเพื่อน กับ นศ คุณต้องรู้เรื่องพวกเค้า

เด็กคณะเราตายจากอุบัติเหตรถยนต์ทุกปี ทางคณะได้แต่ส่งพวงรีด จัดงานหนึ่งวัน มีไหมหลังจากหมดเวลาสอน หรือก่อนที่จะสอน เค้าจะพูดเรื่องพวกนี้ เราควรต้องดูแลตัวเองยังไง กินเหล้านะได้แต่ต้องระวัง เราต้องพูดเรื่อยๆๆ การแก้ ปห เรื่องคน นะ มันไม่มีทางแก้ได้ ภายในสิบปีด้วยซ้ำ แต่ถ้าเราได้แต่คิดเนี่ย มันก็จะไม่มีทางลงไปเห็นปห เรย เพราะมัวแต่นั่งคิดๆๆๆๆๆ

เค้าต้องลงมาคุยกะเด็กก่อนไม่งั้นเด็กคนไหนจะกล้าเอา ปห ไปคุย (เจอกะตัว)

ปห ของกูมันอ่ะมี ได้งานก็จิง แต่ได้ประวัติที่นี่ไม่ดี

ผมรักเอสไอนะคับ แต่ทำไม ระบบ ของมันทำกะผมอย่างนี้ แล้วแทนที่ คนดูแลระบบ จะพูดกะผมดีๆๆ กับบอกว่า ทนไม่ได้ก็ออกไป

ผมออกครับ ออกแบบประชดๆ อย่างนี้แหละ

ขอโทษ อ. หลายๆๆ ท่าน ที่ผมทำให้หงุดหงิด ขอโทษ พี่พาฝ่ายบุคคนที่ผมไปมีปากเสียง

ขอโทษน้องๆที่พี่เคยทำตัวเลวๆ

ขอโทษ เพื่อนๆๆ ไปงั้นๆ อ่ะ อิอิ


ปล. ได้งานที่ไหนไม่บอก ได้ทำคอนแทก หนึ่งปี ขึ้นอยู่กะความสามารถว่าหลังจากนั้นจะได้เป็นพนักงานประจำไหม

ปล อีกครั้ง ปมอยู่ที่คณะ ได้ หมื่นนึง วันๆไม่ต้องทำเชี่ยไรก็ได้ นั่งเล่นเน็ตไปวันๆๆ เด๋วติว คุมสอบ เช็คชื่อ งานง่ายๆ สบายกว่าออกไปทำงานซะอีก ทำไป สี่ห้าปี ก็ได้ ป.เอก โก้อีก

แต่กูเลือกที่จะไม่เอาวะ เพราะแม่งไม่ได้เหี้ยไรที่จะประสาทวิชาให้กูมีชีวิตใน สังคมได้เรยวะ ต้องทนกะระบบที่แทบจะล้มเหลว

ไอ้ระบบการศึกษาไทยเนี่ย มีมากี่ปีวะ มันก็เหมือนเดิม โอเพนไปเรยดิ

วิชาโครสบุคใครจะเอาโพย เอา เท๊ก เอาไรเข้าก็ได้ ข้อห้ามเดียว ให้คุณรู้จักเคารพตัวเอง และสังคม ถ้ามันไม่เคารพ การโดนประนามจากเพื่อนๆ ก็เพียงพอแล้ว ขอแค่นี้แหละ

การเคารพตัวเองหลังจากเคารพคนอื่นอ่ะ (โดนมาเอง) แค่นี้ นะ ไทยก็ไม่ต้องมี กดหมายแล้ววะ

โลกนี้ก็จะสงบสุข มันจะไม่มี คำว่าประเทศแล้ววะ

ปล. ถึงยาและเพื่อนๆๆ กูลาออกจากการเรียนเอกวะ คงไม่เรียนแล้วเอกวิดวะ ปีหน้า หลังเซต
งานเรียบร้อยกูคงจะเรียนโทบริหารวะ ถ้าว่างอีก คงเอกบริหารอ่ะ

กูไม่เคยเห็นนายกมาจากวิดวะว่ะ ไม่ได้หมายความว่ากูจะเป็นนะ

หมายความว่า คนบริหารเนี่ย ก็ควรจบบริหารวะ เพราะแนวคิดมันไม่เหมือนกัน ความ อะลุ้มอะหล่วยมันไม่เท่ากัน วิดวะอ่ะทำได้ แต่คงไม่ได้ดีเท่าคนที่เค้าจบมาตรงๆอ่ะ
...
จบ

พี่น้ำหวานพูดได้ตรงใจหลายอย่างที่คนอย่างเราๆ ท่านๆ รู้สึก หรืออาจจะไม่รู้สึก แต่ก็ไม่เคยได้พูดกันจริงๆ ซักที ผมตามอ่านกระทู้ที่เกี่ยวกับพี่แกหลายอันแล้ว ก็คิดว่าพี่แกสงสัยคงเป็นคนแบบเฮี้ยบๆ เช็คชื่ออุตลุต แน่ๆ แต่อ่านบทความนี้แล้ว ชักอยากรู้จักขึ้นมาแล้วสิ ไม่รู้ว่าอาจารย์ที่เข้ามาอ่านอันนี้จะคิดอะไรได้บ้างหรือเปล่าน้อ

มีเรื่องเยอะจัง

แต่ไม่รู้จะเล่าเรื่องอะไรก่อนดี

วาเลนไทน์

วางแผนไปเที่ยว

หนังสือรุ่น

สนุกๆ ทั้งนั้น

พระเจ้าช่วย บอกผมหน่อยเหอะ เอาเรื่องไหนก่อนดี

Sunday, January 30, 2005

ไปงานแต่งงานมา

ไปงานแต่งงานมาวันนี้มีข้อสังเกตดังนี้
๑.เสื้อผ้าไหมเป็นที่นิยมมากกว่าสูทผูกไทด์เสื้อนอก ในหมู่ผู้ใหญ่ แต่สูทก็ยังนิยมในหมู่วัยรุ่นอยู่
๒.รู้จักกันสิบเอ็ดปี เพิ่งมารักกันเมื่อสองปีนี้เอง คบกันนานไม่จำเป็นต้องรักกันมานาน อาจจะเพิ่งรักตอนก่อนแต่งไม่นานก็ได้
๓.เจ้าสาวของงานเป็นญาติเรา เราต้องเรียกเค้าว่า อาโกว เพราะเป็นน้องสาวป๋า
๔.คนเยอะจัง
๕.จะได้แต่งบ้างไหมน้อ

Wednesday, January 19, 2005

Tuesday, January 18, 2005

สัจธรรมจากการกินเครป

เพื่อนๆ รู้จักเครปญี่ปุ่นใช่มั้ยครับ
การกินเครปนั้นสอนสัจธรรมเราอย่างหนึ่งนะครับ
ว่า เวลาเราเริ่มกิน หรือเริ่มทำอะไรน่ะ มันจะไม่สนุกเลย เหมือนเรากินขอบเครปด้านบน มันไม่มีใส้ มันแข็ง
แต่พอเริ่มกัดลึกลงไปเรื่อยๆ ก็จะเริ่มเจอใส้อร่อยๆ พวกช้อกโกแล็ตจะลงไปกองที่ใต้สุดหมดเลย
พอเรากินจนหมด เราก็จะได้ลิ้มรสช้อกโกแล็ตได้เต็มที่ อร่อยเหาะ

ดังนั้นสิ่งที่รู้คือเราต้องประคับประคองสิ่งที่ทำอยู่ให้มั่นคง (ไม่ให้หกเลอะเทอะ)
ค่อยๆ เล็มทีละน้อย ค่อยๆ ทำทีละน้อย อย่างระมัดระวัง
และมีความสุขกับทุกๆส่วนที่เราทำ เพื่อความสำเร็จที่รออยู่ในท้ายที่สุด

ถึงกระนั้น การป้องกันก็เป็นสิ่งจำเป็น เราจะเห็นได้ว่า เครปจะต้องห่อกระดาษด้วยเสมอ เพื่อไม่ให้ ช้อกโกแล็ตทะลักออกมา เลอะเทอะ

สรุป คือ เครปอร่อย จบ
(อะไรวะ)

::TUGC70 #Webboard ::

หนังสือรุ่นน้องๆ ท่าจะแย่แล้ว

Tuesday, January 04, 2005

เราจะผ่านเรื่องร้ายไปด้วยกัน

เอามาจากเว็บไทยมุง พี่ประภาสเขียนเอาไว้อย่าซาบซึ้ง

ดังนรกอกเอ๋ยมาอ้างว้าง
เช้ายังย่างยังเยื้องอยู่หลัดหลัด
คลื่นชีวิตโถมถามาพรากพลัด
มหาวิบัติโศกแสนทั้งแผ่นดิน

ทะเลร้าวพิโรธเหมือนโกรธขึ้ง
ฉุดกระชากลากดึงให้แดดิ้น
กี่ชีวิตเวทนาน้ำตาริน
ต้องสูญสิ้นย่อยยับชีพดับลง
พ่อแม่ลูกลอยหายใจจะขาด
ทั้งเครือญาติยายตามาพลัดหลง
พี่กับน้องล่องไหลแล้วร่วงลง
แทบหมดพงศ์เผ่าพันธุ์ในทันใด
ตรงที่เคยมีบ้านมีร้านค้า
มาบัดนี้มีแต่ฝาแต่ฟากไม้
ตรงที่เคยรองเรืองด้วยเครื่องไฟ
กลับวิเวกวังเวงใจไร้สำเนียง
ทั้งรถบ้านร้านเรือไม่เหลือแล้ว
เคยเป็นแถวเป็นถัดถูกซัดเกลี้ยง
หมดอาชีพชอกช้ำหมดน้ำเลี้ยง
ยินแต่เสียงร่ำไห้ตามรายทาง
ทั้งชาวเทศชาวไทยไม่มีเว้น
ชีวิตเป็นเช่นใบไม้ลอยในอ่าง
จะไหลหลุนหมุนติ้วหรือปลิวคว้าง
ไม่มีทางบังคับได้อย่างใจเลย

มหาสมุทรมาฉุดใจให้ได้คิด
โอ้ชีวิตกระจิดจ้อยนิจจาเอ๋ย
เมื่อวานซืนยังชื่นยืนอยู่เลย
วันนี้นอนก่ายเกยเป็นกองกอง

ให้หนีร้างห่างหายไปบางอื่น
ทุกวันคืนค่ำเช้าคงเศร้าหมอง
เห็นทะเลหนใดหัวใจร้อง
ประสานซ้องเสียงดังวังเวงวน
ทุกเกาะแก่งแล้งชีวิตเหมือนปิดเกาะ
เสียงหัวเราะหดหายทุกแห่งหน
อีกเมื่อไรได้กลับคืนเหมือนเคยยล
อีกเมื่อไรหัวใจคนจะคลี่คลาย

เกิดเป็นไทยใจคอคือปอป่าน
เราทอสานสมานสมัครเหมือนถักสาย
ถึงสูญเสียสิ้นหวังตั้งมากมาย
เราจะผ่านเรื่องร้ายไปด้วยกัน

คนยังอยู่จงสู้ไปแม้ใจวิ่น
ทั้งแผ่นดินรินหัวใจมาใส่ขวัญ
รวมพลังทั้งพารามากางกั้น
จะผลักดันฝันร้ายให้กลายคืน

ขอบคุณปุ่ม บล็อกดีส ในบล๊อกของเราเองทำให้เราเขียนได้ง่ายขึ้นในตอนที่ปุ่มนั่นยังใช้ไม่ได้

Monday, January 03, 2005

สวัสดีปีใหม่ ๒๕๔๘

สวัสดีปีใหม่ครับ
ปีใหม่ปีนี้ไม่มีอะไรพิเศษมาก
ทั่วโลกยังอยู่กับความเศร้าสลดกับเหตุการณ์ ธรณีพิบัติภัย (ภัยจากแผ่นดินที่เสียหาย) ครั้งยิ่งใหญ่
อยู่บ้านก็ดูทีวีด้วยความเฉยชา
อากาศก็หนาวจับหัวใจเหลือเกิน
หนาวๆ ร้อนๆ สลับกัน
เครื่องทำน้ำอุ่นก็ไม่มี
ยังดีที่ขายหนังสือรุ่นได้สองเล่ม

เราก็มีความทุกข์ในเรื่องของเรา ส่วนคนทางใต้หรือคนที่เสียญาติมิตร ก็มีความทุกข์แบบเค้า คิดไปคิดมา ทางเค้าเหมือนจะหนักกว่าเราเยอะ
เราแค่ไม่มีน้ำอุ่นอาบ โดนแม่ด่าหน่อย มันไม่ตายหรอกนะ จริงมั้ย ฮ่าๆ
เราต้องฝึกฝนให้แก้วน้ำเราปรับขนาดได้เสมอ ว่าเมื่อได้รับการเทเข้ามาจากน้ำโหของคนอื่นๆ เราก็ต้องปรับให้ใหญ่ไว้ เราจะได้รับได้อีกมากๆ เวลาใครมาเอาเปรียบก็ปรับให้มันเล็กๆ หน่อย จะได้โต้ตอบได้ทันที ไม่ต้องอึดอัด แต่ทำยังไงหนอถึงจะเป็นอย่างนั้นได้นะ

วันนี้เพ้อเจ้อมาก สงสัย ง่วงแล้ว นี่รอโหลด ไวรัสเดฟินิชั่นให้ป๋า เดี๋ยวก็จะไปนอนแล้ว พรุ่งนี้เข้ากรุงเทพ ดีป่าววะ

tsunami

There was a big wave caused by the earthquake in Sumatra island in Indonesia the tidal wave came to Phuket, Pang-nga, Krabi, Satun, Ranong and another province I can not remember a'. at the time of posting around 2900 persons died in Thailand and exceed 100000 around southeast asia and south asia area.

This could be the worst disaster that ever happen to the world. The earthquake with the measurement of 9.0 ricter (how to spell this word?)

My aunty deposit money to the itv account for 5000 baht. God bless her and also the people who affected from this event.